lnwshop logo
เจ้าของร้านค้านี้ ไม่ได้เข้าสู่ระบบเป็นระยะเวลา 16 วัน แล้ว
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ตำราการสร้างขุนแผนหน้าทอง ผงพญาเทครัว ปู่หมอนาค เพชรแสงแก้ว

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
3 ปีที่ผ่านมา
ขุนแผนหน้าทอง


        ปู่หมอนาค เพชรแสงแก้วได้ทำพิธีสร้างวัตถุมงคล(เครื่องราง)ทางเสน่ห์เมตตามหานิยม-มหาลาภ ด้วยตำรับวิชาไสยศาสตร์โบราณ (ไม่เกี่ยวข้องกับพระเครื่องในศาสนาพุทธ) โดยนำเอารูปลักษณ์ “เทวดา” เป็นเครื่องหมายแห่งวิชา เปิดตำรับสร้างรูป “ขุนแผน” หลายรุ่น และเปิดให้บูชาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2544 เป็นต้นมา ปรากฏมีผู้สนใจบ้างตามสมควรด้วยเหตุที่มีประสบการณ์ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนรวดเร็วทุกรุ่นทุกพิมพ์ และตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เปิดให้บูชาขุนแผนเนื้อมวลสารล้วน(องค์ครู)พิมพ์เล็ก(กำหนดออกให้บูชาเดือนละแบบพิมพ์) เนื้อละเอียดมาก ต่างกับขุนแผนเนื้อพิเศษ 2 ชั้นที่ด้านหลังเห็น “ชิ้น”ว่านชัดเจน บางคนจึงเกิดความสงสัยว่าจะมีว่านน้อยกว่า

        แต่ปู่หมอนาคบอกกับผู้เขียนว่า ขุนแผนเนื้อพิเศษ 2 ชั้นที่ด้านหลังเห็น “ชิ้น”ว่านชัดเจน เพราะประสงค์จะแสดงให้เห็นเด่นชัดจึงใช้มวลสารชิ้นว่านชนิด “หยาบมาก” ที่ด้านหลังส่วนด้านหน้าเป็นเนื้อกรรมการคือมีสัดส่วนของว่านบดละเอียดผสมกับปูนเปลือกหอยเพื่อเน้นความชัดเจน หากเทียบกับ “ขุนแผนเนื้อพิเศษพิมพ์เล็ก” จะไม่มี “ปูนเปลือกหอย” ผสมแม้แต่น้อยเพราะความที่ต้องการ “บังคับ”เนื้อมวลสารให้หดเล็ก จึงจำเป็นจะต้องร่อนว่านให้ได้ละเอียดมาก เพราะหากมีชิ้นว่านขนาดใหญ่สอดแทรกแล้วจะทำให้เนื้อที่รัดตัวมากนี้ “แตก”ร้าวทันที ดังนั้นการสร้าง “พิมพ์เล็ก”นี้เป็นงานท้าทายมาก นอกจากจะต้องบดมวลสารให้ละเอียดและร่อนด้วยตะแกรงละเอียดแล้ว ต้องตัดปูนเปลือกหอยออกแล้วแทนด้วย “ดินโป่ง”เนื้อละเอียด (แต่ความที่เนื้อหดตัวรวดเร็วนั้นจึงมีผลทำให้เนื้อหดตัวมากและบิดงอทุกองค์แตกร้าวเสียหายจำนวนมากกว่า 70 % จึงได้ขุนแผนพิมพ์เล็กจำนวนน้อยนิด)

 

        พิธีการสร้างขุนแผนหน้าทองของปู่หมอนาคเพชรแสงแก้วนี้ ผู้เขียนเคยกล่าวอย่างคล่าว ๆ ว่า สร้างจากตำรับวิชาสิริลักษณ์ 19 ครั้งนี้เขียนให้ครบถ้วนเพราะเห็นว่า ปู่หมอนาคตั้งใจสร้างขุนแผนหน้าทองเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้เคารพนับถือได้บูชาวัตถุมงคล “ขุนแผน” ที่มีอานุภาพเยี่ยมยอด ขุนแผนหน้าทองจึงเกิดจากผงวิเศษตำรับวิชาทางมหาเสน่ห์ถึง 3 ตำรับใหญ่ เพื่อให้เกิดอานุภาพทางเมตตามหาเสน่ห์ มหาลาภ มหาโชคและคุ้มครองป้องกันจากเหตุร้ายทุกประการ ไม่ว่าจะเกิดจากคุณผี คุณคน คุณหุ่นพยนต์หรือเวทย์มนตราใด ๆคือ

ตำรับวิชาผงยาพระลักษณ์หน้าทอง

ตำรับวิชาผงยาพญาเทครัว

ตำรับวิชาผงยันต์มหาสิริลักษณ์ 19


        

ตำรับวิชาการปรุงผงวิเศษ (มวลสาระสำคัญ) เพื่อสร้างขุนแผนหน้าทองให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์เมตตามหนานิยม มหาเสน่ห์ ค้ำดวงหนุนดวงเสริมสง่าราศรีเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ปู่หมอนาคได้ทำพิธีปรุงตำรับวิชาทั้ง 3 ให้เข้ากัน มีผงยาพระลักษณ์หน้าทอง ผงยาพญาเทครัว และผงยันต์มหาสิริลักษณ์ 19 ความโดยย่อ ดังนี้

1. ตำรับวิชาผงยาพระลักษณ์หน้าทอง โดยปู่หมอนาค เพชรแสงแก้ว
        วิชาพระลักษณ์หน้าทองว่าเป็นหนึ่งในวิชามหาเสน่ห์ที่คนไทยโบราณรู้จักและยกย่อง และจัดอันดับไว้ว่าเรียนสำเร็จได้ยากมากที่สุด อาถรรพณ์แรงที่สุด หาผู้รู้โดยแท้จริงได้ยาก  ซึ่งเป็นตำรับวิชาปลุกเสกเครื่องหอมและแป้งผัดหน้า  ให้ปรากฏคุณวิเศษเป็นที่จับใจ หลงใหลเป็นมหาเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่ผู้ที่พบเห็นดังนี้

        พิธีการทำผงพระลักษณ์หน้าทอง  มีส่วนประกอบสำคัญ  7 ประการ คือ
- กระดานโลงศพผีตายโหงหรือผีตายทั้งกลม
- เศษแก้วหรือชามแตกของลูกคนสุดท้องน้องคนสุดท้ายที่พ่อแม่ตามใจ
- ดินสอพองผสมกับมือตำลึง (เพื่อเป็นเคล็ดให้เกาะเกี่ยวหัวใจคน)
- ครั่งผสมกับน้ำตาเด็กที่เดินร้องไห้หาแม่ (เพื่อเป็นเคล็ดให้เกิดความคลั่งไคล้ ไม่เห็นหน้าแทบขาดใจ)
- ลูกลำโพง (เพื่อเป็นเคล็ดให้บุคคลทั้งหลายมาหลงใหลเป็นบ้าอย่างรุนแรง)
- ไม้ไก่กุก (เพื่อเป็นเคล็ดให้เกิดเสน่ห์แก่เพศตรงข้าม)
- น้ำอ้อยจากต้นพิธีสู่ขอเวลาแต่งงาน

         “พระลักษณ์หน้าทอง” หรือ “ผงมหาตะลึง” ซึ่งเป็นตำรับผงยาที่ทรงอิทธิคุณทางด้านมหาเสน่ห์เป็นยอด เมื่อเขียนผงได้มากตามจำนวนที่ต้องการแล้ว จะต้องจัดเครื่องบวงสรวง มี กล้วยสุก มะพร้าวอ่อน ต้มแดงต้มขาว หัวหมู เป็ดไก่ บายศรีปากชาม ขนมเปี๊ยะ และเงินค่ากำนัลครู 1 สลึง นำผงทั้งหมดมากองรวมกันไว้ในภาชนะ แล้วเอาเศียรพระลักษณ์มาครอบผงนั้น เสกอย่างนี้ทุกวัน

        ฤกษ์ยามกำหนดเอาแผ่นทอง ต้องกำหนดฤกษ์ในคืนเดือนดับ(แรม 15 ค่ำ) เพื่อที่จะไปขโมยขูดเอาแผ่นทองที่ปิดหน้าพระลักษณ์ทั้ง 49 แผ่นมาเก็บไว้ วิธีการขโมยขูดแผ่นทองนี้เวลาไปเอาให้เข้าทางด้านหลังเศียร แล้วใช้น้ำมันหอมทาให้ทั่วใบหน้าของเศียรพระลักษณ์เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเอาผ้านุ่มหรือสำลีปาดเช็ดน้ำมันหอมนั้นออกมาจนเกลี้ยง เมื่อได้มาแล้วก่อนจะไป ให้ร้องดัง ๆ 3 ทีว่า “ขโมย ขโมย ขโมย” แล้วหันหลังเดินออกไปทันที ห้ามเข้ามาในห้องนั้นอีก จนกว่าพระอาทิตย์จะทอแสง

        ผงทองดังกล่าว จะต้องนำมาผสมกับตัวยาดังต่อไปนี้
- จันทน์ทั้ง 4 อันได้แก่ จันทน์หอม จันทน์เทศ จันทน์ขาว จันทน์แดง
- ครั่ง ลำโพง มือตำลึง ไม้รักซ้อน
- น้ำนมแม่ (ลูกโทน) น้ำตาเด็กร้องไห้ตามแม่
- น้ำมันหอม

        นำตัวยาทั้งหมดดังกล่าวมาผสมกับผงทองใส่ในน้ำมันหอม  นำหัวขมิ้นมาแช่ แล้วเคี่ยวจนกว่าน้ำมันจะแทรกซึมเข้าไปในหัวขมิ้น จากนั้นจึงนำหัวขมิ้นดังกล่าวมาตากให้แห้ง แล้วบดเป็นผง นำมาผสมกับผงแป้งที่เสกเก็บไว้ในเศียรพระลักษณ์ ตั้งพิธีปลุกเสกในคืนข้างขึ้น 15 ค่ำอีกครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีจึงมาผสมกับผงวิเศษอาทิ ผงปถมัง (คงกระพันชาตรี) ผงอิทธิเจ (เมตตามหาเสน่ห์) ผงมหาราช (เมตตาโชคลาภ) ผงตรีนิสิงเห (กันเภทภัย ถอดถอนคุณไสยฯ) ผงมูลกัจจายน์ (ครอบจักรวาล) ผงพญาสัตว์ทั้ง 6 ได้แก่นก ไก่ เม่น ครุฑ ปลา หนุมานจึงนำมากดพิมพ์พระลักษณ์หน้าทอง

ยันต์พระลักษณ์หน้าทอง

คาถาพระลักษณ์หน้าทอง 
(ปู่หมอนาค)


        โอมมหาละลวยระทดระทวยทุกเส้นหญ้า ทั้งท้าวพระยา เห็นหน้ากูก็เอ็นดูรักใคร่ ลืมเช้าก็มาลืมงายมหาพิศวงทั้งช้างในดงก็ลืมไพร ทั้งลูกไก่ก็ลืมแม่ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ก็ลืมอาหาร ด้วยความสงสารสะท้านหวั่นไหวพร้อมใจพร้อมตา ปาสุอุชามหาพิศวงอมหลงมหาหลงสิทธิสวาโหม

2. ตำรับวิชาผงยาพญาเทครัว โดยปู่หมอนาค เพชรแสงแก้ว
        ตำรับ วิชาพญาเทครัวนี้เกิดจากวิชาลบผงวิเศษ โดยใช้ดินสอพองแช่น้ำว่านมหาวิเศษทางเมตตามหาเสน่ห์ ปั้นเป็นแท่งคล้ายดินสอแล้วจึงนำไปผึ่งให้แห้งดีแล้วจึงเอามาเขียนยันต์พญา เทครัวลงบนกระดานชนวน ความโดยย่อดังนี้

        เวลาเขียนยันต์ให้ภาวนาคาถาว่า “ยันตังสันตังวิตรึงคะเร” ต่อเนื่องกันจนกว่าจะเสร็จโดยไม่ยกดินสอ ฯ

        เวลาเขียนอักขระให้ภาวนาคาถาว่า  “อักขระอักขรังยันตังสันตังวิตรึงคะเร” จนกว่าจะเสร็จโดยมิให้ตัวอักขระขาดตอน จากนั้นปลุกเสกด้วยพระคาถาเคล็ดวิชาการตั้งธาตุดังนี้

        “เอหิ ปฐวีนะละ ภูตา เอหิอาโป มะละ ภูตา เอหิ เตโชพะละภูตา เอหิ วาโย ธะละ ภูตา เอหิ อากาโส ยะละ ภูตา นะโมพุทธายะ” (ให้ภาวนา 7 คาบ) จากนั้นให้ภาวนาคาถาเรียกอาการ 32 พร้อมกับโน้ม มโนภาพให้เกิดเป็นรูปร่างครูอาจารย์มารักษาวัตถุมงคลนั้น ๆ

เคล็ดวิชา คาถาเรียกอาการ 32
        อิมัสมิงกาเย  เกสา  โลมา  นะขา  ทันตา  ตะโจ  มังสัง  นะหารู  อัฐฐิ  อัฐฐิมิญชัง  วักกัง  หะทะยัง  ยะกะนัง  กิโลมะกัง  ปิหะกัง  ปัปผาสัง  อันตัง  อันตะคุณัง  อุทะริยัง  กะรีสัง  มัตถะลุงคัง  ปิตตัง  เสมหัง  บุปโพ  โลหิตัง  เสโท  เมโท  อัสสุวัสสา  เขโฬ  สิงฆานิกา  ละสิกา  มุตตัง  มัตถะเก  มัตถะลุงคันติ  ( 7 จบ )

        เมื่อเรียกอาการ 32 แล้วก็ถือว่ามีรูปขันธ์ร่างกายในการที่จะใช้เป็นที่อาศัยของดวงจิตที่จะมาจุติเป็นผู้รักษาวัตถุอาถรรพ์นั้น ๆ และดวงจิตนี้เองที่จะเป็นผู้แสดงอิทธิฤทธิ์คอยช่วยเหลือผู้ที่สักการบูชา ให้มีชีวิตดีขึ้น มีความสุขสมหวังตามความปรารถนาโดยไม่เกินอำนาจวาสนาและบารมีของบุคคลนั้น และอำนาจขอบเขตจำกัดของวิชา เช่นถ้าปลุกเสกวัตถุมงคลเพื่อหวังผลทางเมตตามหาเสน่ห์ วัตถุมงคลนั้นจะมีผลทางเมตตามหาเสน่ห์มากที่สุด จะไม่มีผลทางด้านคงกระพันชาตรีหรือทางด้านอื่นได้ เว้นแต่จะปลุกเสกวิชาที่มีฤทธิ์ทางด้านอื่นลงไปในวัตถุอาถรรพ์นั้นเพิ่มเติมอีกต่างหาก ซึ่งนับว่าเป็นการทำวิชาซ้อนวิชา เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วจะกล่าวถึงขั้นต่อไป เรียกว่าพิธีกรรมอัญเชิญดวงจิตมาสถิตที่วัตถุมงคล โดยใช้หัวใจคาถานั้น ๆ

เคล็ดวิชา คาถาหัวใจพญาเทครัว
        นะโมพุทธายะ  เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา มะอะอุ  เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา นะมะพะทะ เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา จะภะกะสะ เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา นะมะอะอุ เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา สะหวาหะ  (108 คาบ)

        เมื่อประจุหัวใจ อัญเชิญดวงจิตมาสถิตในวัตถุมงคลแล้ว ต่อไปคือการประจุอิทธิฤทธิ์ตามวิชาพระยาเทครัว โดยใช้คาถาเต็มบทประจุลงไปดังนี้

        คาถาพญาเทครัว คุณวิเศษทางเสน่ห์ เมตตามหานิยมอย่างสูง ให้ภาวนาว่า

        “อิธะเจ  ตะโส  ทัฬหัง  คัณหาหิ  ถามะสา  มุทุจิตตัง  ภัทเทเอหิ  บุปผังสา  อุปปัชชะติ  ภะคินิตะวัง คีวังทัฬหัง  มะมะ อาคัจฉายะ  อาคัจฉาหิ ติวัตตัพโพ อาคัจฉาหิ นะโมพุทธายะ  เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา มะอะอุ  เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา นะมะพะทะ เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา จะภะกะสะ เมตตาคุณัง  อะระหังเมตตา นะมะอะอุ เมตตาคุณัง อะระหังเมตตา สะหวาหะ
        โอมละลวยมหาละลวย  ระทดระทวยทุกเส้นหญ้า  ทั้งท้าวพระยาเห็นหน้ากูก็มาเอ็นดูรักใคร่  ลืมเพลาลืมหงาย ทั้งสาวแก่แม่หม้ายเห็นหน้ากูก็มาร้องไห้ไหลหลง  ทั้งช้างในดงเห็นหน้ากูก็มาลืมไพร  ทั้งลูกไก่เห็นหน้ากูก็มาลืมแม่  ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่เห็นหน้ากูก็มาลืมอาหาร  ด้วยความสงสาร สะท้านหวั่นไหว  พร้อมใจพร้อมตา ปาสุอุชา โอมหลงมหาหลง พิศวงสะหวาโหม
        นะโมพุทธายะ เมตตตาคุณัง  อะระหังเมตตา  มะอะอุ  สวาหะ สะหวาโหม ติด” แล้วจึงบรรจุวิชาว่า “กะระวิเต สุเร ชาตัง นะโมพุทธายะ ยัตโน   ยัตนัง ยัตตัง ยัตติ ยัตสิริวัณโณ เอวัง โหนตุ” (7 จบ)

        จากนั้นจึงบรรจุวิชาอื่นเพิ่มลงไปเพราะอำนาจของวัตถุมงคลที่ดีพร้อมนั้น หากมีแต่ทางเมตตาอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้สักการบูชามีชีวิตดีขึ้นได้ จึงประจุอำนาจทางโชคลาภลงไป ด้วยคาถามหาเศรษฐี ซึ่งเป็นของคู่กันดังนี้

        “มะอะอุ สิวัง พรหมาคันธังวา บุปผังวาธนังวา ราชกุมาโรวาราชกุมารีวา พรหมโณวาพรหมณีวา วาณิโชวา วาณิชาวาเศรษฐีวา เศรษฐีวา คหปติวา เอหิ มานิมามา สัพพะปูชา ภะวันตุเม นะโมพุทธายะ สัพเพชะนา พหูชะนา มะเมตตาจะมหาราชา อะเมตตาจะมหาเสนา อุเมตตาจะมหาชะนา สัพพะสิเน่หา จะปูชิโต สัพพะสุขัง จะมหาลาภัง สัพพะโกธังวินาศสันติ” (7 จบ) จากนั้นจึงยัดวิชาลงไปอีกครั้งเพื่อประจุวิชาทางด้านคุ้มครองป้องกันภัยว่า “กะระวิเต สุเร ชาตัง นะโมพุทธายะ ยัตโน   ยัตนัง ยัตตัง ยัตติ ยัตสิริวัณโณ เอวัง โหนตุ” (7 จบ) จึงสำเร็จวิชา “ผงยาพญาเทครัว”

3. ตำรับวิชาผงยันต์มหาสิริลักษณ์ 19 ตำรับวิชา “ขุนแผนหน้าทอง” โดยปู่หมอนาค เพชรแสงแก้ว
        เป็นตำรับที่มีอำนาจสูงส่งทางด้านการส่งเสริมดวงชะตาบารมี ค้ำดวงหนุนดวง เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เสริมสิริมงคล รวมไปถึงเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง หากผู้ใดได้ลงวิชา “นะหน้าทอง”ถือ เป็นวาสนาแห่งบุคคลผู้นั้น  ที่ไม่เคยมีใครรักก็กลับมามีคนเมตตารักใคร่ ที่ทำมาหากินไม่ดีก็กลับมาค้าขายดีมีกำไร ชีวิตที่อับเฉาก็จะไม่แห้งเหี่ยวอีกต่อไป จะบังเกิดสิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตพลิกชะตาจากที่ร้ายกลายเป็นดีอย่างไม่น่าเชื่อจะบังเกิดสิ่ง ที่ดี ๆ ขึ้นในชีวิต สืบเนื่องมาจาก “รามเกียรติ์”  ว่าพระลักษณ์มีรูปกายเป็นสีทอง  มีลักษณะสง่างามเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา  ด้วยคุณของพระลักษณ์ดังกล่าวมานี้จึงได้ถือเป็นคติในการสร้างวิชาสายเมตตามหานิยม  และมหาเสน่ห์  “นะหน้าทอง”คือวิชาไสยศาสตร์ที่มีอำนาจ  ทางเมตตามหานิยม จัดเป็นวิชาชั้นสูง ปู่หมอนาคจึงนำตำรับวิชา “พระลักษณ์หน้าทอง”มาสร้าง “ขุนแผนหน้าทอง” โดยเพิ่มอีก 2 ตำรับเชิงเสน่ห์ คือ “ ผงยาพญาเทครัว ”  และ “ ผงยันต์มหาสิริลักษณ์ 19 ”

       โดยทั่วไปแล้วการลง “นะหน้าทอง” จะลงกันที่บริเวณหน้าผาก แต่หากลงเต็มสูตรจริง ๆ จะมีตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

        1. หน้าผาก เป็นจุดใหญ่ที่สุดของใบหน้าและถือเป็นจุดที่สามารถเห็นเด่นชัด จุดนี้ถือว่าเป็นที่รวมของสิริบนใบหน้า และเป็นจุดสำคัญที่สุดในการลงนะหน้าทองให้มีเมตตามหาเสน่ห์ในตัวเอง

        2. เปลือกตาหรือใต้ตา จุดนี้เพื่อให้ยามที่ใครสบตาเรา หรือยามที่เรากระพริบตา ผู้ที่มองเราอยู่จะรู้สึกนึกรักและนิยมในตัวเราเป็นเมตตามหานิยมดี

        3. แก้ม เพื่อให้เป็นที่รัก การลงที่แก้มจะเรียกว่าวิชาพรหมสี่หน้า เป็นเสน่ห์เมตตาอย่างประเสริฐ

        4. กราม เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือยามพูดคล้ายๆกับสาริกาลิ้นทอง

        5. ที่ติ่งหูสองด้าน เป็นที่สถิตของเทวดารักษาอายุให้มีอายุยืนค้ำดวงหนุนดวงชะตาชีวิต

        6. ท้ายทอย เพื่อเป็นที่รักยามที่คนมองเราจากด้านหลังก็จักเป็นเมตตามหาเสน่ห์อย่างดี

        7. ลิ้น เรียกว่าสาลิกาลิ้นทอง เป็นวิชาลงทองที่มีสูตรเฉพาะแยกออกมาอีกสาขาหนึ่ง เจรจาค้าขายติดต่อธุรกิจการงานเกี้ยวพาราสีให้คนหลงไหลติดอกติดใจ

        8. กระหม่อม เป็นจุดเข้าออกของวิญญาณและปราณพลังชีวิต เป็นจุดศูนย์รวมของพลังชีวิตมนุษย์และเป็นที่สถิตของเทวดา

        9. คาง เป็นส่วนที่ต่ำสุดของใบหน้า ลงจุดนี้เพื่อเป็นที่เคารพยำเกรง

        “ตำรับวิชาผงยันต์มหาสิริลักษณ์ 19” ที่ปู่หมอนาคนำมาสร้างเป็นมวลสารตำรับที่ 3 นี้ คือ “หะระวิชา” แขนงสาขา สิริศุภะลักษณา 19 ประการ ตำรับเวทย์มนต์ที่ใช้สำหรับแต่งตัว 19 วิชา ดังนี้

        1. นะโองการนารายณ์แปลงรูป วิชาลงนะอักขระทองคำที่กระหม่อมเพื่อทำให้บังเกิดมีสง่าราศีเมตตามหานิยมเป็นที่จับตาจับใจ จะแลดูส่วนไหนก็ให้งามไปทั่วทั้งร่าง (วิชานี้เป็นวิชากลับร้ายกลายเป็นดีได้อีกด้วย)

        2. นะโองการราชาหน้าทอง วิชาลงนะอักขระทองคำที่หน้าผาก เพื่อให้บังเกิดรัศมีที่ ใบหน้า ให้เกิดความเมตตามหานิยมจับใจแก่ผู้แลมอง   

        3. พระลักษณ์จับตา (สำหรับผู้ชาย) และแม่อัปสรจับตา (สำหรับผู้หญิง) วิชาลงนะอักขระทองคำที่ดวงตาทั้งสอง เพื่อให้เกิดความหลงรักประทับใจในทันทีที่แรกเห็นบังเกิดเป็นมหาเสน่ห์

        4. สาริกาลิ้นทอง วิชาลงนะอักขระทองคำที่ลิ้น เพื่อให้ บังเกิดมีน้ำเสียงไพเราะจับใจ ฟังแล้วรู้สึกเกิดปิติชื่นอกชื่นใจติดหูไปนานกว่า 3-7วัน เจรจาค้าขายเกี้ยวพาราสี

        5. นะงามสี่หน้าหรือปิโยพรหมสี่หน้า วิชาลงนะอักขระทองคำแก้มทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดรัศมีที่ใบหน้างดงามติดตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็นเป็นเมตตามหานิยม

        6. นะไตรตรึงหลง วิชาลงนะอักขระทองคำที่ท้ายทอยเพื่อให้แลดูเป็นมหาจังงัง ให้ผู้คนรักใครเมตตาเสน่หา

        7. นะครูนาเรศรูปงาม วิชาลงนะอักขระทองคำที่ต้นแขนด้านซ้ายเพื่อให้บังเกิดแลดูน่ารักน่ากอดอยากรู้จักใกล้ชิดสนิทสนม เป็นเมตตามหาเสน่ห์มหาละลวย

        8. นะครูนารายณ์รูปงาม วิชาลงนะอักขระทองคำที่ต้นแขน้านขวาเพื่อให้บังเกิดแลดูน่ารักน่ากอดอยากรู้จักใกล้ชิดสนิทสนมเป็นเมตตามหานิยมอย่างดี

        9. นะมณีมนต์ตรา วิชาลงนะอักขระทองคำที่กลางหว่างอกเพื่อให้ผู้คนทั้งหลายเกิดความรักใคร่หลงใหลอยากให้ อยากกำนัลของฝาก และช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ตามความปรารถนา   

        10. นะไก่แก้วกุกลูก วิชาลงนะอักขระทองคำที่หน้าท้องเพื่อให้เกิดลาภสักการะทำมาหากินคล่อง ค้าขายร่ำรวย  เจ้านายรักใครดุจบุตรของตนจนกลายเป็นที่โปรดปราน เจริญในหน้าที่การงานได้ไม่ยาก

        11. นะเทพรัญจวนหวลไหล วิชาลงนะอักขระทองคำที่กลางแผ่นหลักเพื่อให้เกิดเป็นเสน่ห์ผูกมัดใจผู้คนให้จดจำหลงใหลไม่รู้ลืม

        12. นะรำพึงเงา วิชาลงนะอักขระทองคำที่บั้นเอวด้านหลังเพื่อให้อำนาจการผูกเจตภูตทั้ง 4 และดวงจิตวิญาณของผู้ที่ได้พบปะใกล้ชิดเจรจาเราให้อยากลับมาพบปะใกล้ชิดเราอีกถึงขนาดอยากผูกสมัครรักใครไม่รู้จางเลย คล้ายกับการเรียกจิตคน

        13. นะเพ็ชชะกามตัญหาสิงใจ วิชาลงนะอักขระทองคำที่บริเวณท้องน้อยเพื่อให้เกิดเป็นเสน่ห์ดึงดูดความสนใจ แก่เพศตรงข้ามให้อยากเข้ามาหามาคุยทำความรู้จักชนิดสนิทสนมกลมเกลียว เป็นเสน่ห์ราคะกำหนัด

        14. นะต้นกำเนิดโลก วิชาลงนะอักขระทองคำที่น่องทั้งสองข้างเพื่อให้เกิดเป็นมหาเสน่ห์แก่เพศตรงข้ามโดยเฉพาะเมื่อได้สัมผัสจับต้องตัวเรา

        15. หัวใจช้างประสมโขลง วิชาลงนะอักขระทองคำที่สีข้างทั้งสองเพื่อให้เกิดอำนาจเสน่ห์กามตัญหาแก่เพศตรงข้ามในระยะประมาณจากตัวเราออกไปรัศมี 3 วา   

        16. นะโองการสาลิกาเทพรำลึก วิชาลงนะอักขระทองคำที่หน้าอกทั้งสองข้างเพื่อให้กลิ่นกลายของเราเป็นมหา เสน่ห์แก่เพศตรงข้ามและบุคคลทั่วไปที่ได้สัมผัสตัวเราและสูดดมกลิ่นเรา 

        17. นะพญาช้างหลงโขลง วิชาลงนะอักขระทองคำที่บริเวณก้นกบทำให้มีกำลังทางเพศและให้เกิดกามรสชาติน่าหลงใหลติดใจแก่เพศตรงข้าม

        18. พญาจิ้งจกสองหาง วิชาลงนะอักขระทองคำที่เครื่องเพศทำให้เกิดเสน่ห์แก่เพศตรงข้ามอย่างแรงและเกิดอาถรรพณ์ว่าใครก็ตามที่ได้ร่วมรักด้วยจะหลงใหลไม่รู้ลืม 

        19. นะปถมังเสน่ห์ยาแฝด วิชาลงนะอักขระทองคำที่องค์ประธานของอวัยวะเพศทำให้เกิดผลมัดวิญญาณคนให้ติดใจในรสสวาทมิรู้เบื่อหน่าย

        ปู่หมอนาคจึงใช้เคล็ด  “ วิชาสิริลักษณ์19 ” ผสานกับตำรับวิชาพระลักษณ์หน้าทองและตำรับวิชาผงยาพญาเทครัว ทำพิธีสร้าง “ขุนแผนหน้าทอง” ที่หาค่ามิได้ให้มีอำนาจทั้งด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมมีสง่าราศรีเจรจาค้าขายติดต่อราชการ ให้เกิดอำนาจวาสนาและบารมีให้คนรอบข้างทั้งรักและเกรงใจ ให้ปฏิบัติต่อเราด้วยความอ่อนน้อมสุภาพ ค้ำดวงหนุนดวงเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ จึงมั่นใจได้ว่า “ขุนแผนหน้าทอง”นี้มีคุณวิเศษยิ่งที่ปู่หมอนาคสร้างจากตำรับวิชา “ไสยศาสตร์มหาเสน่ห์โบราณ”ของแท้ที่ยากจะหาอาจารย์ใดเทียบได้ในปัจจุบันกาล


คาถาบูชาขุนแผนหน้าทอง ปู่หมอนาค เพชรแสงแก้ว

        นะเมตตา โมหน้าทอง ส่องแสงเรืองรองผูกจิตอาลัย หน้ากูงามคือพระจันทร์ ฟันกูงามคือพระนารายณ์ ฝูงคนทั้งหลายร่ำไห้มาหากู นะมะพะทะเห็นกูอยู่มิได้ร่ำไห้มารักกูอมสะหุมติด 3จบ 5จบ 7จบ 9จบ บางท่านไม่มีเวลาก็ให้1จบก็ได้

        คาถาขุนแผนนี้เป็นของเก่าแก่ดั่งเดิมมากตั้งแต่สมัยคุณปู่ทวดของปู่หมอนาค เลยที เดียว ปรารถนาจะให้ผู้ใดเมตตาให้ใส่ชื่อผู้นั้นลงไปแทนคำว่าฝูงชนทั้งหลาย
1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

CATEGORY

รวมเคล็ดวิชาทำเสน่ห์เรียกจิตคนรัก เรียกคนรักกลับมาคืนมา [7]

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,359,527 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด753,135 ครั้ง
เปิดร้าน24 ส.ค. 2557
ร้านค้าอัพเดท9 พ.ค. 2561
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก